ประเมินราคาเอาไปทำอะไร
การประเมินราคาเอาไปทำอะไรนั้น ซึ่งก็คือวัตถุประสงค์ของการประเมินราคานั่นเอง การประเมินราคามีวัตถุประสงค์แตกต่างกันมากมายที่จะนำมูลค่าของประเมินราคาไปใช้ตามวัตถุประสงค์นั้นๆ ฉะนั้นก่อนที่จะประเมินทรัพย์สินเพื่อที่จะหามูลค่านั้นควรระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนก่อนสั่งจ้าง ซึ่งในบทความนี้จะจำแนกวัตถุประสงค์ในการประเมินราคาได้ดังต่อไปนี้
- เพื่อกู้เงิน (เพื่อขอสินเชื่อ) สำหรับประเทศไทยในการประเมินราคาส่วนมากจะใช้วัตถุประสงค์นี้ ไม่ว่าจะใช้กู้เงินภายในหรือนอกประเทศ เพื่อให้เป็นธรรมทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้ และต้องใช้ผู้ประเมินราคาที่ได้รับการเห็นชอบจากกลต.
การประเมินสำหรับเป็นหลักประกันนี้ ทางธนาคารก็มักจะตีราคาให้ต่ำสุดที่จะทำได้ซึ่งบางครั้งก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นธรรมกับทางผู้มาขอสินเชื่อ แต่ส่วนมากลูกค้าที่มาขอสินเชื่อมักจะไม่มีทางเลือกอื่นได้ แต่ถ้าเป็นตลาดที่กำลังมีการแข่งขันมาก การกดราคาให้ต่ำก็อาจเป็นผลเสียกับทางธนาคาร ทำให้สูญเสียลูกค้าที่ดีไปได้ ฉะนั้นทางที่ดีที่สุดก็ควรจะดูว่าหลักทรัพย์ที่แท้จริงมีมูลค่าเท่าใด แล้วมูลค่าในการบังคับจำนองมีเท่าใด ตลาดมีความเคลื่อนไหวไปข้างหน้าหยุดอยู่กับที่หรือว่ากำลังถดถอยอยู่ ก็ควรพิจารณามูลค่าที่มีความเป็นไปได้และความเสี่ยงที่ยอมให้ได้ก็จะทำให้ได้ประโยชน์สูงสุดทั้งสองฝ่าย
- เพื่อประกันภัย ตามหลักประกันภัยนั้น การที่ทรัพย์สินใดๆได้ประกันเต็มมูลค่าคือ ไม่ต่ำหรือสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง ก็จะให้เจ้าของทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์สูงสุดถ้าประกันต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง เจ้าของทรัพย์สินก็จะต้องรับภาระของผลต่างมูลค่าที่เป็นจริงกับมูลค่าที่เป็นจริงกับมูลค่ราที่ทำประกันไว้ หรือถ้าประกันสูงกว่ามูลค่าที่เป็นจริง เจ้าของทรัพย์สินก็จะเสียค่าประกันไปโดยเปล่าประโยชน์ ในกรณีเกิดเหตุใดๆ ขึ้นเพราะฉะนั้นในการประเมินราคาของผู้มีอาชีพในการประเมินราคา ก็จะช่วยพิจารณาวิเคราะห์หามูลค่าที่แท้จริงได้เพื่อให้ตามวัตถุประสงค์
- เพื่อร่วมลงทุน ในกรณีที่มีบริษัทหนึ่งจะมาร่วมลงทุนในกิจการของอีกบริษัทหนึ่งผู้ที่จะมาร่วมลงทุนด้วย ก็อยากจะทราบมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทที่จะมาลงทุนด้วยก็คงต้องมีผู้ชำนาญการ หรือผู้ประเมินราคา มาทำการประเมินราคาททรัพย์สินเพื่อออกความคิดเห็นของมูลค่าแล้วนำมูลค่านั้นไปใช้ เพื่อจะได้กำหนดอัตราส่วนในการร่วมลงทุนและถือหุ้น ในบางครั้งผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินอยู่เดิมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะมีประโยชน์อะไรที่จะทำการประเมินราคาทรัพย์สินใหม่ ก็มักจะใช้มูลค่าตามบัญชีเป็นตัวกำหนดมูลค่า ซึ่งมูลค่าทางบัญชีเหล่านี้โดยปกติทั่วไปแล้วจะต่ำกว่ามูลค่าตามสภาพที่เป็นจริง หรือมูลค่าตลาดจึงทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินเสียเปรียบอย่างมากหากจะนำเอามูลค่าทางบัญชีมาเป็นตัวกำหนด ฉะนั้นจึงเห็นได้ว่าการะประเมินราคาทรัพย์สินใหม่ จะให้ประโยชน์อย่างมากต่อผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินและก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่จะมาร่วมลงทุนด้วย โดยผู้ที่จะร่วมลงทุนก็จะได้ทราบสภาพที่แท้จริงของทรัพยย์สินว่ามีมูลค่าเท่าใด และเพื่อที่จะไม่ให้เป็นการได้เปรียบกันทั้งสองฝ่ายก็ควรจะให้ผู้ที่มีอาชีพทางด้านการประเมินราคา ทำการประเมินราคาทรัพย์สินแล้วออกความเห็นของมูลค่า ก็จะได้ประโยชน์สูงสุดทั้งสองฝ่าย
- เพื่อแยกหรือรวมกิจการ อาจจะเป็นการยากลำบากมากในการที่แยกหรือรวมกิจการของบริษัทใดๆ ถ้าไม่มีการประเมินราคาทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งเมื่อประเมินราคาทั้งหมดได้แล้ว ก็อาจจะนำมาแบ่งเป็นจำนวนหุ้นที่เท่าๆกัน ก็จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์เร็วขึ้นซึ่งมีความคล้ายคลึงกันกับเพื่อร่วมลงทุน แต่จะมีความซับซ้อนกว่า เช่น หากอีกบริษัทหนึ่งแยกตัวไปรวมกับอีกบริษัทหนึ่งบางครั้งจะมีปัญหาเรื่องกำหนดราคาต่างๆเพื่อลงในบัญชีเป็นต้น
อีกทั้งวัตถุประสงค์นี้ยังสามารถใช้ได้กับการแบ่งแยกมรดก ได้อีกด้วย เมื่อพ่อแม่เสียชีวิตไปแล้วบรรดาลูกๆ มักจะตกลงกันในเรื่องของสมบัติไม่ได้ จึงหาข้อยุติด้วยการให้ผู้ประเมินราคาแล้วแบ่งตามสัดส่วน
- เพื่อการซื้อขาย ในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ก็จะมีลักษณะคล้ายกับสินค้าอื่่นทั่วๆไปที่ผู้ซื้อก็อยากซื้อในราคาที่ถูกที่สุด ส่วนผู้ขายก็อยากขายให้ได้ราคาที่สูงที่สุด ฉะนั้นก็ต้องมีคนกลางมาช่วยตัดสินใจก็คือผู้ประเมินราคานั่นเอง ซึ่งผู้ประเมินราคาไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับทั้งสองฝ่าย จะทำการสิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นธรรมและเสนอความเห็นของมูลค่าทรัพย์สินก็จะช่วยทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายพอจะตกลงทำการซื้อขายกันได้ในราคาที่เหมาะสม
- เพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อการเวนคืน เพื่อการเสียภาษี และยังมีวัตถุประสงค์อื่นๆอีกมากมายดังนั้นจะเห็นได้ว่าการประเมินราคาทรัพย์สินมีประโยชน์อย่างไรบ้าง เมื่อเรารู้มูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สินแล้วก็จะทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถที่จะวางแผนการต่างๆเพื่อให้เป็นประโยชน์ได้นานัปการทีเดียว
